News

Orient Star เปิดตัวดีไซน์อัปเดตของโมเดล Mechanical Moon Phase รุ่นดั้งเดิม

Orient Star เปิดตัวโมเดลใหม่ด้วยกันสามรุ่นภายใต้ M Collection ในซีรีย์ M45 F7 Mechanical Moon Phase ด้วยการกลับสู่ดีไซน์ดั้งเดิมของ Mechanical Moon Phase ในขณะเดียวกันก็เพิ่มความทันสมัยให้กับดีไซน์ ทั้งรุ่นธรรมดาและรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นที่ผลิตจำนวนเพียง 190 เรือน ที่มาพร้อมหน้าปัดสีฟ้าสดใส สร้างความมีเสน่ห์ให้กับนาฬิการะบบกลไกในสายตานักสะสมและผู้ที่หลงใหลในความคลาสสิก ตั้งแต่เปิดตัวในปี 2017 นาฬิกาในซีรีย์ Mechanical Moon Phase ได้รับความชื่นชมจากทั่วโลกทั้งในเรื่องการออกแบบและฟังก์ชันจนกลายเป็นหนึ่งในไอคอนของ Orient Star และเป็นที่นิยมในกลุ่มนักสะสม ด้วยดีไซน์ที่ผสมผสานองค์ประกอบสำคัญ 3 อย่าง ได้แก่ หน้าปัดแสดงพลังงานสำรองที่เป็นเอกลักษณ์ของ Orient Star, กลไก Moon Phase พร้อมหน้าต่างแสดงวันที่และเข็ม และหน้าต่างแบบเซมิสเกเลตันที่เผยให้เห็นกลไกด้านในของนาฬิกา ซึ่งสื่อการไหลผ่านไปอย่างช้าๆ ของเวลาในสังคมยุคดิจิทัลที่มีมากขึ้นอันมีส่วนให้มองเห็นถึงคุณค่าของเรือนเวลาในแบบกลไก ซีรีย์ M45 F7 Mechanical Moon Phase เป็นเรือนเวลาที่เป็นไอคอนิกอย่างแท้จริงจากคอลเลคชันคลาสสิก M45 ซึ่งตั้งชื่อตามรหัสของกลุ่มดาวไพลยาดีสที่สะท้อนดีไซน์ที่เรียบหรูและร่วมสมัย แสดงออกถึงความเป็นนิรันดร์ของธรรมชาติและเวลา […]

Orient Star เปิดตัวดีไซน์อัปเดตของโมเดล Mechanical Moon Phase รุ่นดั้งเดิม Read More »

Orient Star เปิดตัวนาฬิกากลไกไขลานรุ่นใหม่ล่าสุดในซีรีย์ M45 F8 Mechanical Moon Phase Hand Winding

Orient Star ส่งมอบความงดงามแห่งจักรวาลผ่านคอลเลกชันคลาสสิก M45 กับนาฬิการูปแบบกลไกฟังก์ชั่น Moon Phase รุ่นใหม่สองรุ่นทั้งแบบผลิตจำหน่ายทั่วไปและรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นจำนวนเพียง 140 เรือน โดยรุ่นปกตินำเสนอมาในคอนเซปต์ภาพของพระจันทร์ที่ส่องแสงนุ่มนวลในความเงียบสงัดในยามค่ำคืนพร้อมกับการเคลื่อนไปของเวลาอย่างช้าๆ ในขณะที่รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นนำเสนอมาในฉากลึกลับของกลุ่มดาวไพลยาดีสและพระจันทร์ที่เรืองแสงอยู่ในความมืด ดึงดูดสายตานักสะสมและผู้ที่หลงใหลในความงามของนาฬิกาได้อย่างไม่อาจต้านทาน คอลเลกชันคลาสสิก M45 สะท้อนความงดงามของท้องฟ้าและการเดินทางของเวลาอันไม่มีสิ้นสุดซึ่งเชื่อมโยงกับเรื่องราวของกลุ่มดาวไพลยาดีส นาฬิกาในซีรีย์ใหม่ M45 F8 Mechanical Moon Phase Hand Winding นี้มาพร้อมดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง ถ่ายทอดธีม “ความงดงามแห่งการเดินทางของเวลา” ด้วยเข็มชั่วโมงและนาทีที่บอกเวลาได้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งฟังก์ชันบอกพลังงานสำรองและแสดงช่วงเวลาข้างขึ้น-ข้างแรมซึ่งต่างก็เป็นเอกลักษณ์ของ Orient Star นาฬิกาสองรุ่นใหม่มาพร้อมดีไซน์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เริ่มต้นด้วยรุ่นธรรมดาที่มีหน้าปัดสีขาว แสดงภาพพระจันทร์ส่องแสงในความเงียบสงัดของค่ำคืน ลายรัศมีที่มีเส้นสายอันละเอียดบนหน้าปัดและได้รับการเคลือบหนาแบบพิเศษด้วยเทคนิคการหุ้ม ขับให้เข็มทรงใบไม้สีฟ้าสดใสมีความโดดเด่นอยู่บนพื้นหลังที่เปล่งประกายอย่างหรูหรา เข็มนาทียาวที่ทอดตัวไปจนถึงสเกลบนขอบหน้าปัด พร้อมปลายเข็มที่มีปลายงุ้มล้อกับส่วนโค้งของกระจกสะท้อนความรู้สึกของเวลาที่เคลื่อนไหวอย่างช้าๆ โดยไม่มีเข็มวินาทีและสเกลบนฟังก์ชั่นบอกพลังงานและหน้าต่างแสดงข้างขึ้น-ข้างแรมมารบกวนสายตา เสริมความงามด้วยกระจกแซฟไฟร์แบบโค้งทั้งด้านนอกและด้านในพร้อมการเคลือบสารกันแสงสะท้อน (SAR coating) ช่วยให้มองดูหน้าปัดอันงดงามได้อย่างเต็มตา สำหรับรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นมาในรูปแบบหน้าปัดสีเทาแบบไล่เฉดแสดงภาพของกลุ่มดาวไพลยาดีสและพระจันทร์ที่เรืองแสงอย่างลึกลับในความมืด เป็นการนำเสนอธีมของการซ้อนทับกันของพระจันทร์และกลุ่มดาวเป็นครั้งที่สองหลังจากที่เคยปรากฏในรุ่น M45 F7 Mechanical Moon Phase ในปี 2024 หน้าปัดรุ่นใหม่นี้มีลายพิมพ์ที่แสดงถึงดวงดาวนับไม่ถ้วนของกลุ่มดาวไพลยาดีสผ่านการใช้สีเทาไล่เฉดจากตรงกลางไปยังขอบด้านนอกด้วยเทคนิคการใช้สีเฉพาะตัวเพิ่มหมายอันความลึกซึ้งให้กับภาพลักษณ์ หน้าปัดที่ให้ความมันวาวและมีความหนาใสที่เป็นผลมาจากการใช้เทคนิคการหุ้มด้วยแผ่นฟิล์มแสดงให้เห็นถึงภาพของอวกาศอันกว้างใหญ่และมีความลึกอย่างไม่มีที่สิ้นสุด บนหน้าปัดยังมีการพิมพ์ตัวเลขโรมันและรายละเอียดต่างๆ

Orient Star เปิดตัวนาฬิกากลไกไขลานรุ่นใหม่ล่าสุดในซีรีย์ M45 F8 Mechanical Moon Phase Hand Winding Read More »

Orient Star เปิดตัวนาฬิการุ่น M34 F7 Semi Skeleton อิดิชั่นใหม่ในดีไซน์เรียบง่ายแต่สวยงาม

โอเรียนท์ สตาร์ (Orient Star) ได้เปิดตัวนาฬิกา M34 F7 Semi Skeleton สองรุ่นใหม่จากคอลเลกชัน Contemporary M34 โดยที่ในคอลเลกชันล่าสุดนี้ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นโดยเน้นความเรียบง่าย รุ่นหน้าปัดสีน้ำเงินกรมท่าโดดเด่นด้วยลวดลายรัศมีที่ชวนให้นึกถึงฝนดาวตกเพอร์เซอิด (Perseid meteor shower) สะท้อนความลึกซึ้งของท้องฟ้ายามค่ำคืนได้อย่างงดงาม โอเรียนท์ สตาร์ ยังคงพัฒนาเทคโนโลยี ดีไซน์และคุณภาพอย่างต่อเนื่องเพื่อผลิตนาฬิกาให้เสมือน “ดวงดาวที่เปล่งประกาย” และ M34 F7 Semi Skeleton ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนของวิสัยทัศน์ของแบรนด์ผ่านสีหน้าปัด รายละเอียดการออกแบบและวัสดุที่ใช้ นาฬิการุ่นใหม่นี้มีโครงสร้างหน้าปัดสองชั้นที่เพิ่มมิติให้กับดีไซน์ ในขณะที่รูปลักษณ์แบบโมโนโครมของหน้าปัดทำให้นาฬิกาเข้ากับเสื้อผ้าได้ในหลากหลายโอกาส นาฬิการุ่นใหม่มาพร้อมหน้าปัดสีน้ำเงินกรมท่าและสีขาวโดยที่หน้าปัดสีน้ำเงินกรมท่าชวนนี้ชวนให้นึกถึงภาพของฝนดาวตกเพอร์เซอิดด้วยลวดลายรัศมีที่สง่างามและพื้นผิวเงางามที่ได้จากกรรมวิธีการเคลือบแบบใสที่มีความหนาซึ่งจับภาพท้องฟ้ายามค่ำคืนที่แวววาวและลึกซึ้ง ส่วนกระจกคริสตัลแซฟไฟร์แบบโค้งคู่ที่ได้รับการเคลือบสารกันสะท้อนทั้งสองด้าน (SAR coating) ช่วยให้มองเห็นหน้าปัดได้อย่างชัดเจนจากทุกมุมมอง ดีไซน์ตัวเรือนที่คมชัดและโดดเด่นได้รับแรงบันดาลใจจากกลุ่มดาวเพอร์เซอุส ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มดวงดาวในรหัส M34  ได้รับการเสริมความงามด้วยความตัดกันระหว่างผิวสัมผัสแบบการปัดด้านชนิดแฮร์ไลน์ที่มีความละเอียด (hairline brush) และการขัดเงาราวกับผิวกระจก สายโลหะทำจากสเตนเลสสตีลคุณภาพสูงชนิดเดียวกัน (SUS316L) กับตัวเรือน พร้อมข้อต่อสั้นเพื่อความสบายและพอดีกับข้อมือยิ่งขึ้น นาฬิการุ่น M34 F7 Semi Skeleton ใหม่นี้ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติ (พร้อมการไขลานด้วยมือ)

Orient Star เปิดตัวนาฬิการุ่น M34 F7 Semi Skeleton อิดิชั่นใหม่ในดีไซน์เรียบง่ายแต่สวยงาม Read More »

โอเรียนท์ สตาร์ (Orient Star) เปิดตัวนาฬิการุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น ประจำปี 2025 ภายใต้ธีม “เคชิกิ สีสันแห่งอารมณ์ที่เชื่อมโลกเข้าไว้ด้วยกัน” (“Keshiki – Emotional Colours that Connect the World”)

โอเรียนท์ สตาร์ ได้เปิดตัวนาฬิกาลิมิเต็ด อิดิชั่น ซีรีส์ใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสีสันของท้องฟ้าและทะเลที่เชื่อมโยงโลกเข้าไว้ด้วยกัน นาฬิการุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่นประจำปี 2025 นี้เปิดตัวภายใต้ธีมเคชิกิ (Keshiki) ซึ่งมีความหมายถึงทิวทัศน์อันงดงามของญี่ปุ่น โดยประกอบขึ้นด้วยการรวมกันของนาฬิกาสามรุ่น ได้แก่ Modern Skeleton และ Semi Skeleton จากคอลเลกชันคอนเทมโพรารีและรุ่น Classic Semi Skeleton ในรูปแบบตัวเรือนขนาดเล็กจากคอลเลกชันคลาสสิก นาฬิกาได้รับการออกแบบมาภายใต้ธีม “แสงแห่งหิมะ” หรือSnowlight และหน้าปัดที่มีเฉดสีน้ำเงินหลากหลายเฉดจับภาพแสงนวลตาของค่ำคืนที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ ซึ่งการสะท้อนของแสงจะช่วยส่องสว่างความมืดมิดได้อย่างนุ่มนวล นาฬิการุ่นพิเศษนี้ยังมีการสลักหมายเลขซีเรียลเฉพาะแต่ละเรือนไว้ที่ฝาหลังด้วย ซีรีย์ เคชิกิ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ใหม่ที่มาพร้อมหน้าปัดสีที่แสดงถึงท้องฟ้าและทะเลที่เชื่อมโยงโลกเข้าไว้ด้วยกันนี้ เกิดจากความปรารถนาของโอเรียนท์ สตาร์ ที่ต้องการให้นาฬิกาของแบรนด์ได้รับการสวมใส่โดยผู้คนทั่วโลก แรงบันดาลใจจากธีม “แสงแห่งหิมะ (Skylight)” ทำให้นาฬิกาในเอดิชั่นประจำปี 2025 นี้มีหน้าปัดที่เก็บภาพบรรยากาศที่สื่อถึงแสงสะท้อนจากพื้นดินที่ปกคลุมไปด้วยหิมะและส่องสว่างอยู่บริเวณพื้นได้อย่างนุ่มนวล หน้าปัดสีน้ำเงินเทาแบบใหม่นี้มีการไล่ระดับสีน้ำเงินกรมท่าเข้มในครึ่งบน ชวนให้นึกถึงความแตกต่างที่นุ่มนวลของแสงและเงาที่พบในทิวทัศน์ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะอันเงียบสงบในฤดูหนาว การไหลเวียนของเวลาอย่างเงียบสงบในทิวทัศน์อันงดงามช่วยให้นาฬิกามีบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยบทกวี สำหรับรุ่นสปอร์ต Modern Skeleton และ Semi Skeleton จากคอลเลกชันคอนเทมโพรารี่มีความโดดเด่นด้วยหน้าปัดแบบเปิดเผยให้เห็นการทำงานของกลไกภายในที่เป็นเอกลักษณ์ ตัวเลขโรมัน XII

โอเรียนท์ สตาร์ (Orient Star) เปิดตัวนาฬิการุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น ประจำปี 2025 ภายใต้ธีม “เคชิกิ สีสันแห่งอารมณ์ที่เชื่อมโลกเข้าไว้ด้วยกัน” (“Keshiki – Emotional Colours that Connect the World”) Read More »

ORIENT เปิดตัวนาฬิกาขนาดเล็กกลไกโซล่าพาวเวอร์ภายใต้คอนเซปต์สเตรตโต (Stretto)

นาฬิกาโอเรียนท์ (Orient) ได้เปิดตัวนาฬิกาขนาดเล็กนำเสนอทั้งหมด 5 รุ่นใหม่ล่าสุด การผสมผสานที่ลงตัวของดีไซน์ทันสมัยและฟังก์ชั่นการใช้งานที่สะดวกสบายด้วยกลไกโซล่าพาวเวอร์จากซีรีส์ Orient Stretto ใหม่ในคอลเลกชันคอมเทมโพรารี (Contemporary Collection) นาฬิการุ่นใหม่นี้ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน  ด้วยหนัดปัดที่มีสไตล์และขนาดที่พอเหมาะ  ทำให้สวมใส่ได้อย่างลงตัวบนข้อมือที่เรียวบาง “สเตรตโต” (stretto) มาจากศัพท์ที่ใช้ในทางดนตรีของอิตาลีสื่อถึงท่วงทำนองที่เร่งเร้าก่อนเข้าสู่ท่อนพีคสร้างความรู้สึกตื่นเต้นเร้าใจเข้ากันกับไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบแบบชีวิตคนเมือง . Orient Stretto ในคอลเลกชันคอมเทมโพรารี (Contemporary Collection) ได้เพิ่มรุ่นใหม่ดีไซน์ตัวเรือนที่มีขนาดเล็กอีกห้ารุ่นเข้ามา ตัวเรือนขนาด 32.1 มิลลิเมตร โดยแบ่งการดีไซน์เป็นสองคอนเซ็ปต์ คอนเซ็ปต์แรกดีไซน์คลาสสิคผสานความปราณีต ประกอบด้วย 3 รุ่น หน้าปัดสีขาว สีน้ำเงินกรมท่า และสีน้ำตาล มาพร้อมสายโลหะ SUS316L แต่ละรุ่นโดดเด่นด้วยดีไซน์หน้าปัดแบบซันเบิร์สต์เล่นลวดลายด้วยส่วนโค้งรับกับหลักบอกเวลาสามมิติรูปทรงลิ่ม อีกสองรุ่นที่เหลือมาในคอนเซ็ปต์เสน่ห์แห่งความลึกลับที่น่าค้นหาซึ่งยังคงดีไซน์หน้าปัดแบบดั้งเดิม การผสมผสานการใช้หลักบอกเวลาแบบตัวเลขโรมันคลาสสิกสลับกับแบบเจียระไนเหลี่ยมเพชร และลายพิมพ์กลิตเตอร์ที่ช่วยสร้างประกายระยิบระยับมอบสัมผัสที่น่าค้นหาและลึกลับ ทั้งสองรุ่นมาพร้อมสายหนังที่ถอดเปลี่ยนได้ง่ายเพื่อความสะดวกสบายยิ่งขึ้น สายหนังสามารถถอดเปลี่ยนได้ง่ายเพียงขยับก้านสปริงบาร์ ช่วยให้ปรับลุคได้ตามสไตล์ที่ต้องการและโอกาสต่าง ๆ ทุกรุ่นมาพร้อมกับกลไกระบบโซล่าพาวเวอร์ซึ่งสามารถเปลี่ยนพลังงานจากแสงอาทิตย์หรือแหล่งกำเนิดแสงอื่นๆ ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า คุณสมบัตินี้ช่วยลดความจำเป็นในการเปลี่ยนแบตเตอรี่ และยังเอื้อต่อการออกแบบตัวเรือนที่บางลงและหรูหรายิ่งขึ้น  ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับการออกแบบที่ทันสมัยและตอบรับกับรสนิยมของคนยุคใหม่  จึงทำให้นาฬิการุ่นใหม่ในซีรีส์ Orient Stretto จึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องบอกเวลา  แต่ยังเป็นไอเทมที่สะท้อนสไตล์และเป็นสิ่งที่ต้องมีในชีวิตประจำวันของคุณอย่างแน่นอน

ORIENT เปิดตัวนาฬิกาขนาดเล็กกลไกโซล่าพาวเวอร์ภายใต้คอนเซปต์สเตรตโต (Stretto) Read More »

ORIENT เสริมทัพให้กับซีรีส์ฉลอง 75 ปีด้วยนาฬิกาจากคอลเลคชั่นคอนเทมโพรารีภายใต้คอนเซ็ปต์สเตรตโต (Stretto)

ในวาระการเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปีของแบรนด์ โอเรียนท์ได้เปิดตัวนาฬิกาลิมิเต็ดอิดิชั่นและในรุ่นผลิตจำหน่ายทั่วไปภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ที่ชื่อว่า “เสตรตโต” ที่จะเป็นไอคอนิกใหม่ล่าสุดสำหรับคอลเลคชั่นคอนเทมโพรารี่ ด้วยดีไซน์แบบผสมผสานและทันสมัยในราคาที่จับต้องได้ทำให้ Orient Stretto เป็นซีรีส์ที่มีแรงดึงดูดกับผู้ที่หลงใหลในด้านนาฬิกาอย่างสูง คำว่า “สเตรตโต” (stretto) มาจากศัพท์ที่ใช้ในทางดนตรีของอิตาลีสื่อถึงท่วงทำนองที่เร่งเร้าก่อนเข้าสู่ท่อนพีคสร้างความรู้สึกเบิกบานเข้ากันกับไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบแบบชีวิตคนเมือง นาฬิกาซีรีส์ Orient Stretto ถูกวางไว้ด้วยดีไซน์หลักจากรุ่น Semi Skeleton ยอดนิยมภายใต้ธีมที่แสดงออกถึงภูมิทัศน์ของเมืองใหญ่ หลักเวลารูปทรงลิ่มสื่อถึงโครงสร้างของตึกระฟ้าในขณะที่ร่องวงกลมรอบหน้าปัดสะท้อนภาพของเสาโค้งที่พบได้จากงานสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ การตกแต่งด้วยเทคนิกที่ขัดเงาบริเวณขาตัวเรือนแบบรีเวิร์สอาร์ (reverse-R) นาฬิกา 3 รุ่นในคอลเลคชั่นฉลองการครบรอบ 75 ปีผลิตแบบจำกัดจำนวนที่ 2,500 เรือนสำหรับรุ่น Orient Stretto Day & Night (41.5 mm), 2,800 เรือนสำหรับรุ่น Orient Stretto Semi Skeleton (40.8 mm) และ 2,900 เรือนสำหรับรุ่น Orient Stretto Date (38.5 mm) นาฬิกาแต่ละรุ่นจะมีดีไซน์ที่แตกต่างกันแต่จะมีองค์ประกอบพื้นฐานร่วมกันอย่างเช่นตราสัญลักษณ์

ORIENT เสริมทัพให้กับซีรีส์ฉลอง 75 ปีด้วยนาฬิกาจากคอลเลคชั่นคอนเทมโพรารีภายใต้คอนเซ็ปต์สเตรตโต (Stretto) Read More »

โอเรียนท์ เปิดตัวนาฬิกา World Map รุ่นที่ 2 จากคอลเลกชัน Revival เพื่อเป็นหนึ่งในเรือนพิเศษวาระฉลองครบรอบ 75 ปี

โอเรียนท์ (Orient) ได้เปิดตัวนาฬิการุ่นพิเศษ Orient New World Map ในรูปแบบลิมิเต็ดเอดิชั่น เพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 75 ปีของแบรนด์ นาฬิการุ่นนี้เป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชัน Revival ที่นำนาฬิการุ่นไอคอนิกในประวัติศาสตร์ของแบรนด์กลับมาสร้างใหม่อีกครั้ง Orient New World Map จากคอลเลกชัน Revival ที่โดดเด่นด้วยหน้าปัดหลากสีสันและลวดลายแผนที่โลกอันเป็นเอกลักษณ์ นาฬิกามาพร้อมตัวเรือนดีไซน์พิเศษแบบทูโทนที่ตกแต่งด้วยสีทอง โอเรียนท์ (Orient) แบรนด์นาฬิกาสัญชาติญี่ปุ่นที่ได้รับการยอมรับจากนักสะสมทั่วโลกมาตั้งแต่ปี 1950 ด้วยการออกแบบที่สร้างสรรค์และมีเอกลักษณ์  รวมถึงความน่าเชื่อถือของกลไก  ได้ประกาศเปิดตัวนาฬิการุ่นพิเศษ Orient New World Map ในรูปแบบลิมิเต็ดเอดิชั่น  นาฬิการุ่นนี้เป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชัน Revival ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2021 ด้วยรูปลักษณ์ในแบบเรโทร World Map จึงเป็นหนึ่งในนาฬิกาที่สะท้อนประวัติศาสตร์และยุคสมัยของโอเรียนท์ได้อย่างแท้จริง  เพื่อเป็นการรำลึกถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์  โดยยังคงดีไซน์ดั้งเดิมที่ถ่ายทอดออกมาอย่างพิถีพิถันแต่เสริมด้วยคุณสมบติที่ทันสมัย เพื่อฉลองครบรอบ 75 ปี และผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 1,500 เรือน ต้นกำเนิดของ World Map สามารถย้อนกลับไปได้ถึงรุ่น World

โอเรียนท์ เปิดตัวนาฬิกา World Map รุ่นที่ 2 จากคอลเลกชัน Revival เพื่อเป็นหนึ่งในเรือนพิเศษวาระฉลองครบรอบ 75 ปี Read More »

ดาวดวงใหม่ภายใต้รหัส M34 F8 Date ที่จะพาคุณเปิดประสบการณ์ฝนดาวตกด้วยเทคโนโลยีใหม่แห่งการพิมพ์สีบนหน้าปัดนาฬิกาที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลก

Orient Star เปิดตัวนาฬิกาสองรุ่นใหม่ภายใต้รหัส M34 F8 Date จากคอลเลคชั่นคอนเทมโพรารีที่มาพร้อมกับงานออกแบบหน้าปัดที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพของฝนดาวตกที่ประสานงานกับการบอกเวลาผ่านกลไกอัตโนมัติคุณภาพสูงด้วยประสิทธิภาพของจักรเหล็กซิลิคอน นาฬิการุ่นแรกได้รับการสร้างสรรหน้าปัดจากเทคโนโลยีใหม่ของโลกได้แก่นาโนพาร์ทิคัลเมทัลมัลติเลเยอริ่งเทคโนโลยี (Nanoparticle Metal Multilayering Technology) ที่ถูกผลิตในแบบจำกัดจำนวนที่ 160 เรือนในขณะที่นาฬิการุ่นที่สองมาพร้อมกับหน้าปัดสีเขียวดีไซน์สวยงามสะท้อนภาพอวกาศในห้วงลึกอันเป็นตัวแทนของนาฬิกา Orient Star ในรุ่นระดับเรือธงได้อย่างชัดเจน คอลเลคชั่นคอนเทมโพรารี M34 ที่ได้แรงบันดาลใจจากกลุ่มดาวเพอร์เซอุสด้วยภาพของฝนดาวตกที่ส่องประกายอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืนสร้างความหลากหลายให้กับไลน์อัพของแบรนด์ซึ่ง M34 F8 Date เป็นนาฬิกาในระดับบนที่แสดงให้เห็นถึงฝีมือในการประดิษฐ์ของช่างที่เชี่ยวชาญประกอบกับการใช้เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ M34 F8 Date มีรูปลักษณ์ในแบบร่วมสมัยที่ประกอบไปด้วยชุดบอกเวลาแบบสามเข็มบริเวณกึ่งกลางหน้าปัด ช่องแสดงวันที่ในตำแหน่ง 3 นาฬิกาและมาตรวัดพลังงานคงเหลืออันเป็นคุณลักษณะอันโดดเด่นของแบรนด์ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา หน้าปัดสีดำของรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นแสดงถึงภาพของกลุ่มฝนดาวตกที่พุ่งลงจากบนท้องฟ้าในยามค่ำคืนโดยอาศัยเทคโนโลยีนาโนพาร์ติคัลเมทัลมัลติเลเยอริ่งที่ทำให้สามารถกำหนดระดับการไล่เฉดสีและความเรียบเนียน ความหนาพร้อมด้วยการเคลือบใสอันเป็นที่มาของภาพห้วงอวกาศที่มีความลึก เทคโนโลยีนาโนพาร์ติคัลเมทัลมัลติเลเยอริ่งนี้เป็นเทคโนโลยีการพิมพ์แบบใหม่ที่ในเนื้อสีจะประกอบไปด้วยอนุภาคโลหะขนาดเล็กในระดับนาโนมิเตอร์ที่จะถูกใช้สำหรับพิมพ์ภาพด้วยกรรมวิธีพ่นสีแบบอิงค์เจ็ทลงบนหน้าปัดซ้ำไปมาหลายชั้น มากไปกว่านั้นนาฬิกายังได้รับการเติมเต็มด้วยเข็มและหลักชั่วโมงที่ได้รับการปัดเส้นแฮร์ไลน์และขัดเงารวมถึงกรอบช่องแสดงวันที่ที่มีเส้นสายอันคมกริบตัดกับพื้นหน้าปัดสีดำอย่างชัดเจน ในส่วนของรุ่นที่ผลิตแบบทั่วไปที่มาพร้อมกับหน้าปัดสีเขียวนั้นมีลวดลายบนหน้าปัดที่ได้แรงบันดาลใจจากฝนดาวตกเช่นเดียวกับรุ่นหน้าปัดสีน้ำเงินที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ขั้นตอนการประดิษฐ์หน้าปัดยังคงใช้เทคโนโลยีออพติคัลมัลติเลเยอร์ฟิล์มที่มีส่วนช่วยขับสีและลวดลายบนหน้าปัดให้โดดเด่นและเปลี่ยนแปลงความสวยงามไปตามมุมมองที่แสงตกกระทบ เทคโนโลยีออพติคัลมัลติเลเยอร์ที่ถูกคิดค้นขึ้นเองนี้ได้สร้างเอฟเฟคของโทนสีลงบนแผ่นโลหะด้วยการซ้อนทับของแผ่นฟิล์มที่มีความบางในระดับนาโนที่จะคอยควบคุมการสะท้อนและการส่งผ่านของแสง ด้วยเทคโนโลยีนี้ทำให้ได้ภาพของห้วงอวกาศที่มีความลึกที่ไม่อาจทำได้ด้วยการลงสีบนหน้าปัดแบบทั่วไป หน้าปัดที่มีความพิเศษเหล่านี้ได้ถูกประดิษฐ์ขึ้นภายในสตูดิโอหน้าปัดของชินชูว๊อชสตูดิโอ (Shinshu Watch Studio) ในจังหวัดนากาโนประเทศญี่ปุ่น สตูดิโอหน้าปัดได้แสดงให้เห็นถึงขั้นตอนการผลิตอันยอดเยี่ยม อาทิ งานพื้นผิว ความสวยงามของหลักชั่วโมง งานลงสี งานเคลือบและงานประดิษฐ์ในส่วนของเข็มนาฬิกา เทคนิคที่ต้องการความเที่ยงตรงและแม่นยำนี้ต้องอาศัยงานฝีมือที่เป็นเลิศเพื่อทำให้หน้าปัดอันโดดเด่นของโอเรียนท์สตาร์เป็นจริงขึ้นมาได้ เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำไม่ได้จำกัดไว้แค่ในส่วนของหน้าปัดแต่ยังได้นำไปใช้กับเครืองอัตโนมัติ

ดาวดวงใหม่ภายใต้รหัส M34 F8 Date ที่จะพาคุณเปิดประสบการณ์ฝนดาวตกด้วยเทคโนโลยีใหม่แห่งการพิมพ์สีบนหน้าปัดนาฬิกาที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลก Read More »

สามทหารเสือแห่งนาฬิกาดีไซน์ดำน้ำในรูปแบบลิมิเต็ดอิดิชั่นเพื่อการฉลองครบรอบ 75 ปี แบรนด์ ORIENT และเฉดสีใหม่ในรุ่น Diver Design 40

ORIENT ได้เปิดตัวเรือนเวลาดีไซน์ดำน้ำระดับเรือธงสามรุ่นในรูปแบบลิมิเต็ดอิดิชั่นเพื่อการฉลองครบรอบ 75 ปีของแบรนด์พร้อมด้วยเฉดสีใหม่สามสีในรุ่น Diver Design 40 นาฬิการุ่น Diver Design และ Diver Design 40 เหมาะกับผู้ที่มีไลฟ์สไตล์ในแนวสปอร์ตและลำลองสามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวันและลงตัวกับบุคลิกที่กระฉับกระเฉง (นาฬิกาไม่ได้อยู่ภายใต้มาตรฐาน ISO สำหรับการดำน้ำลึก) นาฬิกาทั้งหมดในรุ่นไดเวอร์ดีไซน์เป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของแบรนด์และเป็นเสมือนตัวแทนทุกสิ่งทุกอย่างให้กับโอเรียนท์ตั้งแต่เปิดตัวในช่วงทศวรรษที่ 60 พร้อมกับการถูกเรียกขานในนาม “โอเรียนท์ มาโก” ซึ่งได้การรับตอบรับอย่างท่วมท้นจากผู้ที่หลงใหลในเรือนเวลาทั่วโลกด้วยความหลากหลายของสีหน้าปัดและรายละเอียดในการออกแบบที่ซับซ้อน          หลังจากการกำเนิดขึ้นในปี 1950 โอเรียนท์ได้สร้างความไว้ใจในฐานะแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือด้วยกลไกเครื่องที่ผลิตขึ้นเองและการส่งไปจำหน่ายมากกว่า 70 ประเทศจวบจนการเฉลิมฉลองการครบรอบ 75 ปีในปี 2025 เพื่อเป็นการระลึกถึงหมุดหมายสำคัญนี้โอเรียนท์ได้เปิดตัวนาฬิกาสามรุ่นที่ผลิตขึ้นในแบบจำกัดจำนวนที่ 6,000 เรือนในรุ่น Diver Design(Ref.RA-AA0823L) และ Diver Design 40(Ref.RA-AC0Q12L) และ 1,000 เรือนในรุ่น Diver Desgn Chronograph(Ref.RA-TX0210L) รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นได้หยิบเอาบรรยากาศและความรู้สึกของวันที่แจ่มใสด้วยภาพของท้องฟ้าสีฟ้าสุดสายตาและลมทะเลที่อ่อนโยนสะท้อนผ่านหน้าปัดที่ให้อารมณ์กระฉับกระเฉงด้วยการประทับลวดลายซันเบริสต์และเข็มวินาทีที่ได้แรงบันดาลใจจากแสงแดดรวมถึงการเลือกใช้โลโก้โอเรียนท์ในแบบดั้งเดิมจากยุค 1950s คุณลักษณะเหล่านี้ช่วยส่งให้ภาพลักษณ์ของนาฬิกาชัดเจนยิ่งขึ้น ฝาหลังและเม็ดมะยมแบบขันเกลียวช่วยเพิ่มความมั่นใจในการป้องกันแรงดันน้ำได้เทียบเท่ากับความลึกในระดับ 200 เมตร รวมถึงการสลักตราสัญลักษณ์เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 75

สามทหารเสือแห่งนาฬิกาดีไซน์ดำน้ำในรูปแบบลิมิเต็ดอิดิชั่นเพื่อการฉลองครบรอบ 75 ปี แบรนด์ ORIENT และเฉดสีใหม่ในรุ่น Diver Design 40 Read More »

ร่วมฉลองการครบรอบ 75 ปีของ ORIENT และ PEANUTS กับโปรเจคสุดพิเศษ

สองแบรนด์สุดเลิฟของเหล่าแฟนคลับทั่วโลกอย่าง ORIENT และ PEANUTS ได้จับมือกันรังสรรนาฬิกาเรือนพิเศษสำหรับการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 75 ปีในปี 2025 นี้ด้วยการหยิบเอานาฬิกาจากสามซีรีส์ยอดฮิตมาผลิตในรูปแบบลิมิเต็ดอิดิชั่นที่ประกอบไปด้วย Classic and Simple Style 38 สองเฉดสีในจำนวน 7,800 เรือนและ 3,100 เรือน, Semi Skeleton 1,900 เรือนและ Diver Design 40 จำนวน 3,800 เรือน หน้าปัดแฝงความเก๋ไก๋ด้วยคาแรคเตอร์ตัววู๊ดสต๊อคและสนู้ปปี้ที่ผู้หลงใหลใน ORIENT และ PEANUTS ไม่ควรพลาด นับตั้งแต่การก่อตั้งขึ้นในปี 1950 ORIENT ได้สะสมความไว้เนื้อเชื่อใจในฐานะการเป็นแบรนด์นาฬิการะบบกลไกที่ผลิตขึ้นในโรงงานของตนเองและส่งไปวางจำหน่ายกว่า 70 ประเทศ ในขณะที่อีกหนึ่งแบรนด์อันเป็นที่รักจากผู้คนทั่วโลกและมีอายุครบ 75 ปีเช่นกัน นั่นคือ PEANUTS ที่ก่อตั้งในปี 1950 ด้วยการเป็นการ์ตูนภาพที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์อเมริกัน นาฬิกาทุกเรือนประทับด้วยตราสัญลักษณ์ ORIENT ในรูปแบบลายมือเขียนที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกาและในตำแหน่ง 6 นาฬิกานั้นได้ถูกวางดีไซน์ด้วยอาร์ตเวิร์คของสนู้ปปี้นอนหลับอันเป็นภาพคลาสสิคประจำตัวโดยมีเจ้าวู้ดสต๊อคสวมมงกุฏสีทองบินอยู่ข้างๆ

ร่วมฉลองการครบรอบ 75 ปีของ ORIENT และ PEANUTS กับโปรเจคสุดพิเศษ Read More »

Scroll to Top