Author name: zomchay

ORIENT STAR เพิ่มโทนสีสว่างที่ชวนให้นึกถึงชายทะเลให้กับนาฬิการุ่น Layer Skeleton

โอเรียนท์สตาร์เพิ่มนาฬิกาสองรุ่นใหม่ให้กับซีรีส์เลเยอร์สเกเลตัน (Layer Skeleton) ที่อยู่ภายใต้คอลเลคชั่นคอนเทมโพรารี่โดยรุ่นที่ผลิตแบบจำนวนปกตินั้นหน้าปัดจะมาในโทนสีแชมเปญโกลด์ที่ชวนให้นึกถึงภาพของชายทะเลและในรุ่นที่เป็นลิมิเต็ดอิดิชั่นหน้าปัดสีมินต์กรีนท์ถูกผลิตขึ้นที่จำนวน 700 เรือน ด้วยการออกแบบที่พิถีพิถันนั้นทำให้นาฬิกาคู่นี้เป็นไอเท็มที่ลงตัวสำหรับการแต่งกายสไตล์ซัมเมอร์ Layer Skeleton เริ่มต้นซีรีส์ด้วยแรงบันดาลใจที่ได้จากชุดสูทและรูปแบบหน้าปัดที่ซ้อนกันสองชั้นรวมถึงช่องหน้าต่าง semi-skeleton รูปทรงลูกน้ำหรือเพรสลี่ย์ (paisley) และหน้าปัดแสดงพลังงานคงเหลือที่เจาะช่องไว้ตรงกลางเผยให้เห็นเครื่องที่ทำงานอยู่ภายในซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้หน้าปัดโดยรวมมีความสวยงาม นาฬิกาสองรุ่นล่าสุดในซีรีส์นี้เลือกใช้สีที่สดใหม่ในขณะที่เพิ่มเติมกลิ่นอายในแบบเมดิเตอร์เรเนียนไว้บนหน้าปัดเพื่อแสดงออกถึงบรรยากาศและความซับซ้อนของชายฝั่ง ความสวยงามของการผสมผสานระหว่างสีเข้มและอ่อนจากดีไซน์หน้าปัดแบบสองชั้นที่สร้างให้เกิดมิติความลึกยิ่งช่วยกลั่นความรู้สึกสบายๆ ในสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนออกมาได้อย่างชัดเจน นาฬิการุ่นที่ผลิตแบบจำนวนปกติ(Ref.RA-AV0B10G)ให้ความประทับใจจากความสวยและสง่างามด้วยการผสมผสานหน้าปัดสีแชมเปญโกลด์ที่เป็นตัวแทนของแสงอาทิตย์บริเวณชายฝั่ง จับคู่มากับสายหนังแท้สีเทาในขณะที่รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น(Ref.RE-AV0B11E) ที่ผลิตแบบจำกัดจำนวนที่ 700 เรือนนั้นจะให้ความรู้สึกที่กระฉับกระเฉงและอ่อนเยาว์ด้วยหน้าปัดสีมินต์กรีนชวนให้นึกถึงสายลมที่สดชื่นบนผืนมหาสมุทรสีฟ้า  โดยนาฬิการุ่นนี้เลือกใช้เป็นสายสตีล (SUS316L) แบบห้าข้อที่มีระยะของแต่ละข้อที่สั้นเพื่อเพิ่มความกระชับขณะที่สวมใส่ นาฬิกาสองรุ่นใหม่นี้ได้รับการบรรจุเครื่องอัตโนมัติที่ผลิตขึ้นเองภายในโรงงานของ Orient Star รหัส F6F44 สามารถสะสมพลังงานสูงสุดที่ 50 ชั่วโมงและให้ค่าความเที่ยงตรงสูงที่ +25 วินาทีถึง – 15 วินาทีต่อวัน สีของหน้าปัดใหม่และแถบแสดงพลังงานสำรองอันเป็นเอกลักษณ์ของโอเรียนท์สตาร์นั้นช่วยเพิ่มความมีสไตล์ให้กับกลไกการบอกเวลาที่มีความซับซ้อนสูงของซีรีส์ Layered Skeleton นี้ นาฬิการุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นมาพร้อมกับหมายเลขประจำตัวเรือนสลักอยู่บริเวณขอบของฝาหลังที่กรุกระจกใสช่วยเพิ่มความรู้สึกพิเศษให้กับนาฬิกา ราคาปลีก RE-AV0B10G : 38,000 บาท RE-AV0B11E : 39,000 บาท เกี่ยวกับโอเรียนท์สตาร์ “Capture Your […]

ORIENT STAR เพิ่มโทนสีสว่างที่ชวนให้นึกถึงชายทะเลให้กับนาฬิการุ่น Layer Skeleton Read More »

Orient Star เปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ “Contemporary Date” ที่มาในโทนสีเอิร์ธโทนสุดละมุน

Orient Star เปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ภายใต้ชื่อรุ่น“Contemporary Date” ต่อยอดความนิยมจากสีดั้งเดิม สู่สี่รุ่นใหม่ที่มาในโทนสีหน้าปัดแบบเอิร์ธโทนจากคอลเลกชัน Contemporary สีสันอันวิจิตรบรรจงนี้เพิ่มเสน่ห์ให้กับนาฬิการุ่นนี้ ซึ่งโดดเด่นด้วยมาตรวัดแสดงพลังงานสำรองและสไตล์ในแบบร่วมสมัย นอกจากเข็มนาฬิกาแบบสามเข็มตามการออกแบบดั้งเดิม  นาฬิการุ่น “Contemporary Date” ยังมีการแสดงวันที่ตรงบริเวณตำแหน่ง 3 นาฬิกาและการแสดงพลังงานสำรองอันเป็นเอกลักษณ์ของ Orient Star ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกาอีกด้วย นาฬิกาซีรีส์นี้ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่องจากการเป็นนาฬิกาอเนกประสงค์ที่เหมาะสำหรับสวมใส่ในทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นทางการหรือลำลอง Orient Star “Contemporary Date”  มาพร้อมหน้าปัดสีใหม่ที่แตกต่างจากรุ่นก่อนๆ ด้วยการใช้โทนสีที่ให้สัมผัสที่ดูนุ่มนวลของสีเอิร์ธโทน นำเสนอทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีเขียวที่เป็นตัวแทนของใบไม้ที่อยู่บนต้นไม้ (Leaf)  สีคอปเปอร์ที่สื่อถึงทรายในทะเลทราย (Sand) สีฟ้าอ่อนที่ชวนให้นึกถึงน้ำใสราวกับคริสตัล (Water) และสีเทาที่แสดงถึงอัตลักษณ์ของหิน (Rock) ความมีสไตล์ที่ลงตัวของนาฬิการุ่นนี้สร้างขึ้นจากการใช้สีสันของสีที่มีความอิ่มตัวน้อยลง (Desaturation) และเฉดสีเหล่านี้ทำให้นาฬิการุ่นนี้มีเสน่ห์เพิ่มขึ้นอีกขั้น คุณสมบัติอีกประการของนาฬิการุ่น “Contemporary Date” สีเอิร์ธโทนนี้คือคุณภาพระดับสูงที่ได้จากกระจกแซฟไฟร์เคลือบสารป้องกันแสงสะท้อน ตัวเรือนดีไซน์เฉียบที่ผสมผสานระหว่างการขัดแบบแฮร์ไลน์และผิวกระจกและสายนาฬิกาสเตนเลสสตีล SUS316L นาฬิกาทุกเรือนมาพร้อมเครื่องอัตโนมัติ in-house คาลิเบอร์ F6N43 ซึ่งมีความเที่ยงตรงสูงและให้ค่าความคลาดเคลื่อนอยู่ที่

Orient Star เปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ “Contemporary Date” ที่มาในโทนสีเอิร์ธโทนสุดละมุน Read More »

โอเรียนท์เปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ในกลุ่ม “Classic and Simply Style” (Bambino Series) ภายใต้คอนเซ็ปต์สีสันใหม่และรุ่นฉลองครบรอบ 75 ปีในแบบลิมิเต็ดอิดิชั่น

โอรียนท์  ได้เปิดตัวนาฬิกาในกลุ่ม “Classic and Simply Style” หรือที่แฟนนาฬิกาโอเรียนท์ขนานนามว่า “Bambino” มีทั้งหมดสองดีไซน์โดยดีไซน์แรกนำเสนอทั้งหมด 4 รุ่นที่มีหน้าปัดสีใหม่ เหมาะกับการสวมใส่ในโอกาสที่ไม่เป็นทางการ และรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นจำนวนรวม 9,500 เรือนเพื่อฉลองวาระครบรอบ 75 ปีของ Orient ในปี 2025 นี้   ดีไซน์ที่สองนำเสนอทั้งหมด 3 รุ่น กับหน้าปัดที่มีฟังก์ชั่นแสดงช่วงเวลากลางวันและกลางคืนผ่านสัญลักษณ์พระอาทิตย์และพระจันทร์ พร้อมด้วยรุ่นพิเศษเพื่อฉลองการครบรอบ 75 ปีในรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นจำนวนรวม 5,500 เรือน นาฬิการุ่น Classic Collection เป็นตัวแทนของสไตล์ดั้งเดิมของนาฬิกาโอเรียนท์โดยซีรีส์คลาสสิคแอนด์ซิมเพิลสไตล์เป็น    ซีรีส์ยอดนิยมที่ขายดีทั่วโลก เป็นตัวแทนของทุกสิ่งที่เป็นโอเรียนท์ ความโดดเด่นของซีรีส์นี้แฝงอยู่ในส่วนต่างๆ ของนาฬิกาไม่ว่าจะเป็นหน้าปัดโค้งแบบคลาสสิกดั้งเดิม กระจกทรงโดมที่ให้ความรู้สึกย้อนยุค และดีไซน์ตัวเรือนที่ละเอียดอ่อนพร้อมขาตัวเรือนที่เรียวบาง ในปี 2025 นาฬิการุ่นใหม่นี้เลือกใช้สีสันที่แตกต่างจากรุ่นที่ผ่านมาเพื่อให้นาฬิกามีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นมากยิ่งขึ้นรวมทั้งสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้นด้วยเช่นกัน หน้าปัดสีใหม่ทั้ง 4 สี (Ref.RA-AC00) ได้แก่ สีเขียว สีน้ำเงินกรมท่า และสีแดงบอร์โดซ์ พร้อมการตกแต่งแบบซันเบิร์สต์ และหน้าปัดสีเบจที่ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรก  หน้าปัดมีหลักเวลาแบบตัวเลขโรมันสีทองชมพู สีทอง

โอเรียนท์เปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ในกลุ่ม “Classic and Simply Style” (Bambino Series) ภายใต้คอนเซ็ปต์สีสันใหม่และรุ่นฉลองครบรอบ 75 ปีในแบบลิมิเต็ดอิดิชั่น Read More »

โอเรียนท์เสริมทัพให้กับกลุ่มเครื่องโซล่าพาวเวอร์ด้วยนาฬิกาจากคอลเลคชั่นคลาสสิคแอนด์ซิมเพิลสไตล์ 38

ORIENT เปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่จากคอลเลคชั่น Classic and Simple Style 38 ด้วย 5 สีใหม่ที่มากับตัวเรือนขนาดกระทัดรัด 38 มิลลิเมตรและเครื่องระบบโซล่าพาวเวอร์ซึ่งเป็นการจับคู่การทำงานด้วยเครื่องชนิดนี้เป็นครั้งแรกในนาฬิกาสไตล์คลาสสิคของแบรนด์(ORIENT Bambino) นอกจากนาฬิกาทั้ง 5 สีในรุ่นปกติแล้ว ORIENT ยังได้สร้างสรรเรือนพิเศษในรูปแบบลิมิเต็ดอิดิชั่นที่ผลิตขึ้นในวาระครบรอบ 75 ปีด้วยจำนวนผลิตที่ 750 เรือนและยังมีความพิเศษด้วยการเป็นครั้งแรกในการเลือกใช้สายนาฬิกาหนังสังเคราะห์ที่ถูกผลิตขึ้นด้วยกรรมวิธีอัพไซเคิลกากใยจากผลแอปเปิ้ลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย คอลเลคชั่น Classic and Simple Style 38 มีความโดดเด่นด้วยกระจกและหน้าปัดทรงโค้ง ดีไซน์ตัวเรือนและหูสายที่อ่อนช้อยให้ความรู้สึกแบบย้อนยุคนั้นเป็นเอกลักษณ์ของนาฬิกาแบบกลไกของ ORIENT เสมอมา นาฬิการุ่นใหม่ยังคงยึดติดในรูปแบบนี้ ในขณะเดียวกันก็ได้ผสมผสานสิ่งใหม่ด้วยการนำเครื่องระบบโซล่าพาวเวอร์มาใช้โดยที่เครื่องนาฬิกาจะได้รับแสงจากดวงอาทิตย์และแหล่งแสงอื่นๆ มาเปลี่ยนเป็นพลังงานเพื่อขับเคลื่อนชุดเข็มในการบอกเวลาโดยที่มีค่าความเที่ยงตรงระหว่าง +20 ถึง -20 วินาทีต่อเดือน รวมถึงคุณสมบัติในการสะสมพลังงานไว้ได้นานถึง 6 เดือนในกรณีที่แบตเตอรี่เต็มจึงทำให้สะดวกต่อการใช้งานในทุกๆ วัน นาฬิกาซีรีย์ Classic and Simple Style 38 ใหม่ที่สวยงามและมีความพราวแพรวนี้มีขนาดความกว้างของตัวเรือนที่ 38 มิลลิเมตรที่มาพร้อมกับหน้าปัดสีงาช้าง, สีดำ, สีขาว, สีเขียวอ่อนและสีชมพูอ่อน

โอเรียนท์เสริมทัพให้กับกลุ่มเครื่องโซล่าพาวเวอร์ด้วยนาฬิกาจากคอลเลคชั่นคลาสสิคแอนด์ซิมเพิลสไตล์ 38 Read More »

ORIENT (โอเรียนท์) เพิ่มสีสันใหม่ให้นาฬิกาซีรีส์ Diver Design ในรุ่น Mako 40 ที่มาพร้อมหัวใจไฟฟ้าบอกเวลาผ่านเครื่องโซล่าพาวเวอร์

ORIENT (โอเรียนท์) เปิดตัวนาฬิกาโอเรียนท์มาโกะ 40 รุ่นใหม่ด้วยทางเลือก 4 สีล่าสุดในซีรีส์นาฬิกาดีไซน์ดำน้ำที่เป็นไอคอนิคอีกรุ่นของแบรนด์  โดยรุ่นล่าสุดมาในขนาดกะทัดรัดเพียง 39.9 มิลลิเมตรและดีไซน์ที่เรียบง่าย  นอกจากนี้ยังขับเคลื่อนด้วยเครื่อง in-house ระบบโซล่าพาวเวอร์ที่สะดวกสบายในการใช้งานมากขึ้นและมีสีสันใหม่ที่ชวนให้นึกถึงแสงแดดอ่อน ๆ อันอบอุ่น นาฬิกาโอเรียนท์ในซีรีส์ดีไซน์ดำน้ำนับว่าเป็นส่วนสำคัญในประวัติศาสตร์ของแบรนด์และเป็นตัวแทนที่ยืนหยัดมาตั้งแต่เริ่มเปิดตัวหรือเรียกอีกชื่อว่า ORIENT Mako ซึ่งเดินทางเข้าสู่การฉลองครบรอบปีที่ 20 ในปี 2024 โดยยังคงรักษาคุณลักษณะต่าง ๆ เช่นการกันน้ำได้ลึกถึง 200 เมตร สำหรับนาฬิการุ่นใหม่ ORIENT Mako 40 มาในดีไซน์หน้าปัดสีสันที่หลากหลายพร้อมเครื่อง in-house ระบบโซล่าพาวเวอร์ที่ได้รับการพัฒนาควบคู่ไปกับนาฬิกาในระบบออโตเมติกรุ่นอื่น ๆ สำหรับแฟน ๆ ที่ต้องการความสะดวกสบายในการใช้งานมากขึ้น ORIENT Mako 40 นำเสนอมิติใหม่ให้นาฬิกาในซีรีส์ดีไซน์ดำน้ำ ซึ่งได้รับความนิยมทั้งในฐานะไอเท็มทางด้านแฟชั่นและสำหรับการใช้ในชีวิตประจำวัน ด้วยดีไซน์ใหม่ที่กะทัดรัด  เรียบง่าย และมีน้ำหนักที่เบาขึ้น โดยรุ่นใหม่จะมีขนาดตัวเรือนเพียง 39.9 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับรุ่นเดิมที่มีขนาด 41.8 มิลลิเมตรและมีความบางที่ลดลง 1.6 มิลลิเมตร เหลือความบางเพียง

ORIENT (โอเรียนท์) เพิ่มสีสันใหม่ให้นาฬิกาซีรีส์ Diver Design ในรุ่น Mako 40 ที่มาพร้อมหัวใจไฟฟ้าบอกเวลาผ่านเครื่องโซล่าพาวเวอร์ Read More »

เรือนลิมิเต็ดสองรุ่นสุดพิเศษจากโอเรียนสตาร์คอลเลกชั่น M 42 ที่ได้แรงบันดาลใจจากแสงเหนือยามรุ่งอรุณ

Orient Star เปิดตัวนาฬิกาสองรุ่นใหม่ภายใต้คอลเลกชั่นคอนเทมโพรารีในกลุ่ม M34 ได้แก่รุ่น M34 F7 Mechanical Moon Phase Limited Edition และ M34 F7 Semi Skeleton Limited Edition ซึ่งในแต่ละรุ่นถูกผลิตขึ้นเพียง 200 เรือน โดยที่นาฬิการุ่นใหม่นี้ได้สะท้อนภาพของแสงเหนือที่จะส่องแสงขึ้นเพียงชั่วครู่อยู่บนท้องฟ้ายามรุ่งอรุณด้วยการเลือกใช้หน้าปัดเปลือกหอยมุกแบบไล่เฉด แรงบันดาลใจในการออกแบบที่ได้จากแสงเหนือนั้นแสดงออกมาผ่านเส้นสายอันเฉียบคมของตัวเรือนซึ่งเป็นหัวใจหลักของนาฬิกาในคอลเลกชั่นคอนเทมโพรารี M34 ที่ซึ่งตั้งชื่อตามกลุ่มดาวเพอเซอุส เรื่องราวของโลกและอวกาศถูกใช้เป็นแกนสำคัญในการออกแบบของโอเรียนท์สตาร์ซึ่งมุ่งมันในการผลิตเรือนเวลาให้เจิดจรัสดุจดวงดาวที่ส่องประกาย นาฬิกาภายใต้คอนเซปต์ของแสงเหนือนั้นได้เผยโฉมขึ้นครั้งแรกในปี 2023 กับรุ่น M34 F7 Semi Skeleton ที่สื่อภาพของม่านแสงที่เต็มไปด้วยสีสันลอยอยู่บนท้องฟ้าในยามคำคื่นด้วยหน้าปัดเปลือกหอยมุกแบบไล่เฉดและเป็นอีกครั้งที่โอเรียนท์สตาร์ได้สื่อถึงปรากฏการณ์แสงเหนือผ่านรุ่นลิมิเต็ด M34 F7 Mechanical Moon Phase และ M34 F7 Semi Skeleton ด้วยความงดงามของงานออกแบบจากนาฬิการุ่นเด่นอย่าง semi skeleton และ moon phase นั้นสะท้อนภาพของแสงเหนือในยามรุ่งอรุณได้อย่างชัดเจน หน้าปัดเปลือกหอยมุกที่จะเปลี่ยนสีไปตามมุมมองที่ผนวกเข้ากับการเลือกใช้สีเทาอ่อนชวนให้นึกถึงกลุ่มหมอกที่ล่องลอยอยู่บนท้องฟ้าในช่วงก่อนที่ดวงอาทิตย์ขึ้นในเช้าวันใหม่ กระจกคริสตัสแซฟไฟร์แบบโค้งทั้งด้านนอกและด้านในที่เคลือบสารกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน (SAR

เรือนลิมิเต็ดสองรุ่นสุดพิเศษจากโอเรียนสตาร์คอลเลกชั่น M 42 ที่ได้แรงบันดาลใจจากแสงเหนือยามรุ่งอรุณ Read More »

ORIENT STAR เผยโฉมรุ่นลิมิเต็ดแห่งปี 2024 ด้วยนาฬิกาภายใต้ธีมเคชิกิ (Keshiki) ที่สะท้อนสีสันที่เชื่อมสรรพสิ่งของโลกเข้าไว้ด้วยกัน

Orient Star ทำการเปิดตัวซีรีส์ที่ผลิตขึ้นในแบบจำกัดจำนวนซึ่งต่อยอดความงดงามมาจากแนวความคิดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสีของท้องฟ้าและทะเลซึ่งเป็นสิ่งที่เชื่อมโลกของเราไว้  ซีรีส์ใหม่นี้ได้รับการขนานนามว่า “เคชิกิ” ซึ่งมีความหมายที่แสดงถึงสีและฉากทัศน์อันงดงามของประเทศญี่ปุ่นซึ่งมักใช้ในบทกวีเพื่ออธิบายถึงความงามตามธรรมชาติ นาฬิกาในซีรีส์นี้จะประกอบไปด้วยรุ่น Modern Skeleton และ Semi Skeleton จากคอลเลกชั่นคอนเทมโพรารีและอีกหนึ่งเรือนที่มีขนาดเล็กที่สุดจากคอลเลกชั่นคลาสสิคได้แก่รุ่น Classic Semi Skeleton  นาฬิกาทุกรุ่นจะมาในรูปแบบหน้าปัดสีฟ้าใสที่ดูราวกับมีความโปร่งเบาที่สื่อถึงฤดูหนาวอันสดชื่นพร้อมด้วยหมายเลขประจำตัวเรือนที่สลักอยู่บนฝาหลัง แรงบันดาลใจจากธีม “Keshiki” ที่ได้จากภาพของภูมิทัศน์อันสวยงามที่ปกคลุมไปด้วยหิมะที่ทอดยาวอันเป็นที่มาของสีฟ้าใสที่ถูกเลือกใช้กับหน้าปัดของนาฬิกาในซีรีส์พิเศษนี้ทำให้นึกถึงอากาศอันสดชื่นของทิวทัศน์ที่เต็มไปด้วยหิมะและยังให้ความรู้สึกที่หรูหราอีกด้วย นาฬิกาสองรุ่นที่มีกลิ่นอายความเป็นสปอร์ตจากคอลเลกชั่นคอนเทมโพรารีอย่าง Modern Skeleton และ Semi Skeleton ที่มีจุดเด่นด้วยการเปิดช่องหน้าต่างให้เห็นกลไกภายในรวมถึงเข็มวินาทีและเข็มชี้บอกพลังงานสีน้ำเงินที่เข้ากันอย่างลงตัวกับหน้าปัดสีฟ้า นาฬิกาอีกหนึ่งรุ่น Classic Semi Skeleton จากคอลเลกชั่นคลาสสิคมาพร้อมกับชุดเข็มสีน้ำเงินก็เข้ากันกับหน้าปัดสีฟ้าเช่นกัน โดยนอกจากนี้จะเพิ่มความพิเศษด้วยขอบตัวเรือนสีทองชมพูตัดกับสีฟ้าของหน้าปัดช่วยให้ตัวเรือนขนาดกระทัดรัดนี้มีความสง่างามแบบไร้ที่ติ นาฬิกาทุกรุ่นจะถูกประดับด้วยตราสัญลักษณ์แบรนด์โอเรียนสตาร์สีทองชมพูสะท้อนถึงประกายของเกร็ดหิมะที่ล่องลอยผ่านอากาศ นาฬิกาในซีรีส์ทุกรุ่นถูกผลิตขึ้นแบบจำกัดจำนวนโดยที่รุ่น Modern Skeleton จะผลิตที่จำนวนทั้งหมด 900 เรือน รุ่น Semi Skeleton  ผลิตที่จำนวน 700 เรือน และรุ่น Classic Semi Skeleton ผลิตที่จำนวน 400 เรือน โดยที่นาฬิกาทุกรุ่นจะทำงานผ่านเครื่องอัตโนมัติ in-house

ORIENT STAR เผยโฉมรุ่นลิมิเต็ดแห่งปี 2024 ด้วยนาฬิกาภายใต้ธีมเคชิกิ (Keshiki) ที่สะท้อนสีสันที่เชื่อมสรรพสิ่งของโลกเข้าไว้ด้วยกัน Read More »

รู้สึกผ่อนคลายไปกับเรือนเวลาคุณภาพสูง ORIENT STAR M34 F8 Skeleton Hand Winding

โอเรียนท์ สตาร์เผยโฉมนาฬิการุ่นพรีเมี่ยมของแบรนด์อย่าง M34 F8 Skeleton Hand Winding จากคอลเลกชั่นคอนเทมโพรารี่มาพร้อมกับเครื่องคุณภาพสูงที่มีจักรเหล็กซิลิคอนเป็นส่วนประกอบในการขับเคลื่อนและสะสมพลังงานได้นานสูงสุดที่ 70 ชั่วโมง ด้วยดีไซน์โมเดิร์นอย่างมีสไตล์ทำให้นาฬิกาเหมาะสมทั้งการใส่ในโอกาสทางการและวันสบายๆ หน้าปัดและเครื่องแบบสเกเลตันที่มีรายละเอียดอันประณีตสื่อถึงแสงแห่งดวงดาวที่อยู่ลึกเข้าไปในห้วงอวกาศที่จะปรากฏให้ผู้หลงใหลในเรือนเวลาได้เห็นจากทุกมุมมอง คอลเลกชั่นคอนเทมโพรารีตั้งชื่อขึ้นตามนามของเทพเพอเซอุสซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับนาฬิกาโอเรียนท์สตาร์หลากหลายรุ่นเฉกเช่นเดียวกับกลุ่มฝนดาวตกที่มีอยู่อย่างมากมายบนท้องฟ้าในยามค่ำคืน โอเรียนท์สตาร์ได้ฉลองการครบรอบ 70 ปีของแบรนด์ไปในปี 2021 ด้วยนาฬิกาสเกเลตันที่รวมเอาเทคโนโลยีล้ำสมัยและสุนทรียศาสตร์เข้าไว้ด้วยกันและตามมาด้วยรุ่น M34 F8 Skeleton Hand Winding ในปี 2022 ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นเรือนเวลาในรูปแบบสเกเลตันรุ่นแรกในคอลเลกชั่นคอนเทมโพรารีซึ่งมีดีไซน์ที่สะท้อนถึงภาพอันกว้างใหญ่ของจักรวาล M34 F8 Skeleton Hand Winding ในรุ่นล่าสุดนี้ได้ผสมผสานคุณภาพอันยอดเยี่ยมไว้กับการออกแบบที่ให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลายอันได้รับแรงบันดาลใจจากแสงของดวงดาวที่ส่องสว่างอยู่ในห้วงลึกของอวกาศ สีเทาของเครื่องสื่อถึงอวกาศที่ไม่สิ้นสุดในขณะที่สีน้ำเงินแบบไล่เฉดของขอบเอาท์เตอร์ริงบนส่วนของหน้าปัดเป็นสัญลักษณ์ของแสงแห่งดวงดาวที่ส่องสว่างอยู่ในความมืดและสีเทาเข้มของขอบตัวเรือนนั้นเป็นสิ่งที่ย้ำเตือนถึงจักวาลที่ไร้ซึ่งขอบเขต ตัวเรือนและสายที่ผลิตขึ้นจากสเตนเลสสตีลเกรดพรีเมี่ยม SUS316L ได้รับการขัดขึ้นเงาดุจกระจกด้วยกรรมวิธีแบบซาลลาส (Sallaz) และปัดเส้นแฮร์ไลน์ในบางตำแหน่งช่วยเพิ่มความรู้สึกกระฉับกระเฉงและทันสมัยให้กับนาฬิกา M34 จากคอลเลกชั่นคอนเทมโพรารีรุ่นนี้ ตัวเรือนขนาดพอเหมาะที่ 39 มิลลิเมตรและมีความบางเพียง 10.8 มิลลิเมตรได้รับการผนวกเข้ากับสายโลหะที่มีข้อต่อรูปตัว H ช่วยเพิ่มความรู้สึกสบายเมื่อสวมใส่อยู่บนข้อมือ การผลิตนาฬิกาในรูปแบบสเกเลตันโดยทั่วไปนั้นถือว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของนาฬิกาแบบกลไกซึ่งตั้งแต่การเปิดตัวของนาฬิกาในรูปแบบนี้ของโอเรียนสตาร์ในปี 2021 เรือนเวลาในสไตล์สเกเลตันก็ได้กลายเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของแบรนด์ในทันที และในรุ่นล่าสุดนี้มาพร้อมกับกลไก in-house แบบไขลานรหัส F8B61 ที่ให้ความเที่ยงตรงสูงในระดับความควาดเคลื่อนที่

รู้สึกผ่อนคลายไปกับเรือนเวลาคุณภาพสูง ORIENT STAR M34 F8 Skeleton Hand Winding Read More »

สัมผัสความแกร่งที่เบากว่าเดิมกับ ORIENT STAR M42 Diver 1964 2nd Edition F6 Date 200m Titanium สำหรับการฉลองครบรอบ 6 ทศวรรษ

Orient Star เปิดตัวนาฬิกาดำน้ำรุ่นเรือธง M42 Diver 2nd Edition F6 Date 200m Titanium จากคอลเลคชั่นสปอร์ตที่ถูกผลิตขึ้นมาในแบบจำกัดจำนวนเพียง 365 เรือนสำหรับฉลองการครบรอบ 60 ปีแห่งการเปิดตัวนาฬิกาดำน้ำรุ่นแรกของแบรนด์ นาฬิการุ่นล่าสุดนี้ได้หยิบยกองค์ประกอบของงานดีไซน์จากรุ่น Calendar Auto ที่ออกสู่ตลาดในปี ค.ศ. 1964 ที่ได้รับการปรับปรุงให้สามารถใช้ดำน้ำได้จริงภายใต้มาตรฐาน ISO 6425 นาฬิกาได้ผสมผสานการเลือกใช้สีทองเข้าไว้กับวัสดุที่ให้ทั้งความเบาและทนทานอย่างไทเทเนียมทำให้เกิดความน่าสนใจในแนวทางที่แตกต่างออกไปจากเดิม นาฬิกาดำน้ำประสิทธิภาพสูงและทันสมัยที่ประกอบขึ้นจากเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำถือเป็นจุดเด่นของคอลเลคชั่นสปอร์ต M42 รหัสของกลุ่มดาวโอรีออน (Orion) อันเป็นนามแห่งบุตรของโพเซดอนเทพเจ้าแห่งท้องทะเล โดยที่ประวัติของนาฬิกาดำน้ำของแบรนด์สามารถย้อนไปถึงรุ่น Olympia Calendar Diver และรุ่น Calendar Auto Orient ที่ซึ่งได้เปิดตัวขึ้นในปี ค.ศ. 1964 รวมถึงในรุ่นใหม่ๆ ในปี 2021 และ 2022 อย่างรุ่น Diver 1964 1st Edition และ M42 2nd

สัมผัสความแกร่งที่เบากว่าเดิมกับ ORIENT STAR M42 Diver 1964 2nd Edition F6 Date 200m Titanium สำหรับการฉลองครบรอบ 6 ทศวรรษ Read More »

ORIENT (โอเรียนท์) เสริมความสปอร์ตด้วยฟังก์ชั่นโครโนกราฟให้กับคอลเลคชั่นคอนเทมโพรารี่

โอเรียนท์เสริมทัพให้กับคอลเลคชั่นคอนเทมโพรารี่ด้วยนาฬิกาฟังก์ชั่นโครโนกราฟที่ทำงานด้วยเครื่อง in-house ระบบโซล่าพาวเวอร์ นาฬิการุ่นใหม่นี้จะเปลี่ยนพลังงานที่ได้รับจากแสดงอาทิตย์และแหล่งแสงอื่นๆ ให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้าและไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่เหมือนกับนาฬิกาควอต์ซในแบบทั่วไปจึงทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันและกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องการการจับเวลาจากระบบโครโนกราฟ ฟังก์ชั่นโครโนกราฟถูกเพิ่มเข้ากับนาฬิการุ่นยอดนิยมในกลุ่มคอลเลคชั่นคอนเทมโพรารี่เสริมความสปอร์ตสำหรับคนรุ่นใหม่ นาฬิกามีสายให้เลือกทั้งในรูปแบบสายสตีลและสายหนังแท้ที่ได้แรงบันดาลใจจากโลกยานยนต์ที่ให้อารมณ์ของความหรูหราแบบการตกต่างภายในของรถคลาสสิคด้วยการเน้นรายละเอียดจากการเย็บด้ายที่สวยงาม ดีไซน์อันชาญฉลาดอยู่ตรงหน้าปัดที่มีความโดดเด่นด้วยอินเด็กซ์ที่มีเส้นสายที่เฉียบคมช่วยสร้างให้เกิดมิติ ขาตัวเรือนและปุ่มกดที่ถูกขัดจนขึ้นเงาได้รับการออกแบบมาเพื่อความสะดวกในการใช้งาน นาฬิการุ่นใหม่นี้แสดงออกถึงความพิถีพิถันและคุณภาพที่มั่นใจได้ หน้าปัดมีให้เลือกทั้งหมด 4 สีได้แก่ สีขาว สีแชมเปญ สีกรมท่าและสีฟ้าใส เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการใส่ใช้งานในทุกๆ วัน Collection Contemporary Model name Chronograph Solar-powered Reference RA-TX0301G RA-TX0302S RA-TX0303L RA-TX0304L RA-TX0305S RA-TX0306S Movement In-house solar powered quartz movement  Power reserve About 6 months full charge Accuracy +20 seconds ~ -20 seconds per month Case material

ORIENT (โอเรียนท์) เสริมความสปอร์ตด้วยฟังก์ชั่นโครโนกราฟให้กับคอลเลคชั่นคอนเทมโพรารี่ Read More »

Scroll to Top